การเป็น Wedding Organizer ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การเป็น Wedding Organizer ที่ดีไม่ใช่เรื่องง่าย

เพราะการเป็น Wedding Organizer ไม่ใช่แค่การจับอันนี้ มาใส่อันนั้น ไม่ใช่แค่การพาทีมนี้ ไปเจอทีมนั้น Wedding Organizer เป็นเสมือนตัวแทนของเจ้าบ่าว เจ้าสาว ต้องเข้าถึงจิตใจของบ่าว สาวให้มากที่สุด ต้องรู้ว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร งานแต่งงานที่อยากได้เป็นรูปแบบไหนและที่สำคัญ ต้องช่วยคุมงบประมาณของบ่าว สาวได้เป็นอย่างดี

จากช่างภาพ ทำไมมาทำ Wedding Organizer ด้วย คงเป็นเพราะประสบการณ์ตรงของผม จากงานแต่งงานของผมเอง
How to make it different
โดยเอามาจาก theme สีของงาน หรือสีที่เราชอบครับ หรืออย่างเช่นบางงาน ชื่อ theme ว่า “ The Color of Life ” โดยมีเจ้าสาวชื่อน้องชมพู งานเลยออกมาเป็นสีอื่นไปไม่ได้ นอกจากสีที่อยู่ในสายตาเจ้าบ่าวตลอดเวลา(ซึ่งเป็นที่มาของชื่อtheme) งานนี้เราอยากให้งานออกมาดูน่ารักๆ หรูๆ คลาสสิกหน่อย

เลยเลือกใช้ผนังบุนวมสีชมพู กับกรอบรูป Plasma ที่เรานำรูปถ่าย Pre-wedding ทั้งหมดขึ้นมาโชว์อยู่หน้างานเพื่อคนที่มายืนรอถ่ายรูปจะได้ไม่น่าเบื่อด้วย

แล้วยังมี chandelier อยู่ด้านซ้ายให้ดูหรูหราน่ารัก เป็นอีกมุมนึงที่ถ่ายรูปได้ด้วยครับ และที่สำคัญ การ์ดเชิญของงานนี้ ก็ออกแบบมาให้สอดคล้องกับตัว Backdrop ด้วยเช่นกันครับ

ควรเลือก Backdrop ถ่ายรูป อย่างไร
เมื่อพูดถึง Backdrop ถ่ายรูปหน้างาน น้อยคนที่จะคิดว่าไม่สำคัญ แต่ก่อน Backdrop เคยเป็นแค่ซุ้มที่มีดอกไม้เยอะๆ บ้างก็มีผ้าสีๆ มาช่วยเพื่อให้ดูมีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย ส่วนใหญ่ขนาดจะอยู่ที่ประมาณ 3-4 เมตรครึ่ง (ยืนกันได้สี่คนก็เต็มซุ้มแล้ว) ราคาก็มักจะเริ่มต้นที่ 2-3 หมื่นไปจนถึงหลักแสนก็มี (แพงจังนะครับ)

แต่ในปัจจุบันอะไรๆก็เปลี่ยนไปเยอะครับ จากซุ้มดอกไม้ที่ดูน่าเบื่อ ก็กลายมาเป็นอะไรที่ Fancy มากขึ้น ดูเข้ากับ Theme มากขึ้น สามารถมี Activitiesตอนถ่ายรูปได้ด้วย
ช่วยให้งานออกมาเป็นที่น่าจดจำของแขกที่มางานได้ดีมากๆครับ

Theme “ Color ”
มีหลักง่ายๆ โดยการเลือกให้เข้ากับ theme หรือ concept หรือ การ์ดเชิญ ของเรา หรือจะเป็นโทนสี หรือเรื่องราวต่างๆ (เช่น เจอกันที่ไหน ) ยุคสมัยต่างๆ หรือ creativities ต่างๆ

Theme “ Concept ”
งานที่เป็น theme แนว English Garden เราอยากได้อะไรที่ออกมาแนวหรูๆปนอาร์ตเก่าๆ หน่อยเราเลยใช้ลายอิฐผสมกับ ดอกไม้ของทางโรงแรม (ที่มีให้อยู่แล้วใน package) ออกมาเป็นอารมณ์สวนอังกฤษที่มีความยาวถึง 8 เมตร และเพิ่มลูกเล่น เล็กน้อยให้มีมุมถ่ายรูปได้สองสามมุม คือ ถ้าเพื่อนมาสี่ห้าคน จะไปนั่งที่ม้านั่งก็ได้ หรือไปยืนอยู่หน้าบ้าน หรือที่เสาไฟน่ารักๆ ก็ดูเก๋ดีไม่จำเจ ดีกว่าการยืนถ่ายรูปเฉยๆ เหมือนกันทั้งงาน



หรือจะเป็นแบบสวนๆ น่ารักๆ ขนาดกะทัดรัดลงมาหน่อยที่ 6 เมตร ที่มี foreground ด้านหน้าให้ช่างภาพใช้ถ่ายรูปได้ด้วยครับ

Budget

การเลือก Backdrop โดยมี budget เป็นข้อจำกัด นอกจากจะช่วยเราในการควบคุมงบประมาณแล้ว อีกอย่างที่สำคัญมากๆ ?คือ ช่วยให้ designer รู้ว่า เค้ามีแรงที่จะฝันไปได้แค่ไหน แล้วถ้าเค้าฝันไปไกลจนต้องเพิ่มเงินเข้าไป เราก็ค่อยมาดูว่าคุ้มหรือ?ไม่ เหมาะสมหรือเปล่า อันนี้ก็ต้องมาดูกันครับ



แต่อย่าลืมนะครับว่า เงินไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดที่จะทำให้ Backdrop ถ่ายรูปของเราดูดีขึ้นมาได้ แต่กลับเป็นที่ idea ต่างๆที่เราจะนำมาผสมผสานกัน ให้ออกมาดูมาแปลก เก๋ เท่ห์ไม่เหมือนใครมากกว่าครับ

และอีกสิ่งหนึ่งที่จะขาดเสียไม่ได้ครับ นั่นคือเรื่องของความปลอดภัย หลายๆครั้งที่ผมได้เห็นตามงานต่างๆ ที่ใช้แค่เหล็ก 2 แท่ง ?กับแผงไม้ บวกกับดอกไม้ที่มีน้ำหนักมากๆ มาเป็น Backdrop ถ่ายรูป เห็นแล้วก็นึกเป็นห่วงมากๆครับ เพราะว่างานแต่งงาน?เป็นงานที่มีเด็กเยอะเหมือนกัน อีกทั้งเพื่อนก็สนุกจนลืมตัวไปบ้าง ซึ่งบางทีถ้าเกิดไปโดนตัวโครงสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานเข้า ล้มลงมาก็หมดกันครับแล้วถ้าล้มใส่เจ้าบ่าวเจ้าสาวละก็...(ไม่อยากจะนึกภาพเลยครับ)

เพราะฉะนั้นก่อนที่จะตัดสินใจเลือกว่าจะให้ใครเป็นคนจัดการเรื่อง Backdrop  ต้องถาม และดูให้ดีก่อนตัดสินใจนะครับ

และอีกหนึ่งทางเลือกที่ Buddy’s Wedding มีให้กับลูกค้า ก็คือ “การเช่า” ซึ่งเรามีแนวความคิดว่า มีของดีก็น่าจะแบ่งกันใช้ ครับ เรามี Backdrop ที่สามารถใช้ได้หลายครั้ง ข้อดีก็คือราคาจะถูกลงครับ เริ่มต้นกันที่สองสามหมื่นบาท เราก็จะมี Backdrop ที่แปลกแตกต่างจากคนอื่นได้ ด้วยราคาสบายกระเป๋า และเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าด้วยครับ และทาง Buddy’s Wedding ยังรับออกแบบ Backdrop ใหม่ๆ ให้พร้อมกับการ์ดเก๋ๆ ที่ดูเข้ากันด้วยนะครับ
 
 
 

©copyright 2005 buddy's wedding. All reserved.